แผลกดทับคืออะไร?
แผลกดทับ หรือที่เรียกว่าแผลกดแรง หรือแผลจากการนอนติดเตียง คือบาดแผลที่เกิดกับผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังจากแรงกดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน
แผลกดทับเกิดขึ้นเมื่อแรงกดที่ยาวนานทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลงในบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย โดยมักเกิดในบริเวณที่มีกระดูกนูน เช่น ส้นเท้า ข้อเท้า สะโพก และก้นกบ แรงกดนี้มักเกิดจากการนอนหรือนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนท่า นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การเสียดสี ความชื้น และแรงเฉือน (shear force) ก็สามารถทำให้ผิวหนังเกิดความเสียหายได้เช่นกัน
แผลกดทับคืออะไร?
แผลกดทับ หรือที่เรียกว่าแผลกดแรง หรือแผลจากการนอนติดเตียง คือบาดแผลที่เกิดกับผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังจากแรงกดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน
แผลกดทับเกิดขึ้นเมื่อแรงกดที่ยาวนานทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลงในบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย โดยมักเกิดในบริเวณที่มีกระดูกนูน เช่น ส้นเท้า ข้อเท้า สะโพก และก้นกบ แรงกดนี้มักเกิดจากการนอนหรือนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนท่า นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การเสียดสี ความชื้น และแรงเฉือน (shear force) ก็สามารถทำให้ผิวหนังเกิดความเสียหายได้เช่นกัน
อาการของแผลกดทับ
โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
-
การเปลี่ยนแปลงของสีหรือเนื้อผิวหนัง: บริเวณที่ได้รับผลกระทบอาจมีสีแดง น้ำเงิน หรือม่วง
-
ความเจ็บปวดหรือไม่สบาย: บริเวณนั้นอาจรู้สึกอุ่น คัน หรือเจ็บ
-
แผลเปิดหรือพุพอง
อาการของแผลกดทับ
อาการของแผลกดทับจะแตกต่างกันไปตามระยะของแผล โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
-
การเปลี่ยนแปลงของสีหรือเนื้อผิวหนัง: บริเวณที่ได้รับผลกระทบอาจมีสีแดง น้ำเงิน หรือม่วง
-
ความเจ็บปวดหรือไม่สบาย: บริเวณนั้นอาจรู้สึกอุ่น คัน หรือเจ็บ
-
แผลเปิดหรือพุพอง
วิธีการรักษา
การรักษาด้วยคลื่นกระแทก Spark Wave®
- อาจกระตุ้นการอักเสบชั่วคราว เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกระตุ้นการรักษาตามธรรมชาติ
- เร่งการสร้างเซลล์ใหม่ผ่านการกระตุ้นสารให้พลังงานในเซลล์ (ATP)
- ช่วยกระตุ้นการตอบสนองของเซลล์ที่มีคุณสมบัติในการปกป้องและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
- เร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เพื่อให้แผลสมานตัวและปิดเร็วขึ้น
การรักษาด้วยเทคโนโลยีกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก (Procellera)
- สร้างกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microcurrents) เลียนแบบกระแสไฟฟ้าตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์
- สามารถทำลายไบโอฟิล์ม (biofilm) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้แผลหายยาก และช่วยยับยั้งการก่อตัวใหม่
- ช่วยเร่งการเคลื่อนตัวของเซลล์มายังบริเวณบาดแผล และส่งเสริมการสร้างผิวหนังชั้นนอกขึ้นมาใหม่ให้แผลปิดสนิท
วิธีการรักษา
การรักษาด้วยคลื่นกระแทก Spark Wave®
- อาจกระตุ้นการอักเสบชั่วคราว เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกระตุ้นการรักษาตามธรรมชาติ
- เร่งการสร้างเซลล์ใหม่ผ่านการกระตุ้นสารให้พลังงานในเซลล์ (ATP)
- ช่วยกระตุ้นการตอบสนองของเซลล์ที่มีคุณสมบัติในการปกป้องและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
- เร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เพื่อให้แผลสมานตัวและปิดเร็วขึ้น
การรักษาด้วยเทคโนโลยีกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก (Procellera)
- สร้างกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microcurrents) เลียนแบบกระแสไฟฟ้าตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์
- สามารถทำลายไบโอฟิล์ม (biofilm) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้แผลหายยาก และช่วยยับยั้งการก่อตัวใหม่
- ช่วยเร่งการเคลื่อนตัวของเซลล์มายังบริเวณบาดแผล และส่งเสริมการสร้างผิวหนังชั้นนอกขึ้นมาใหม่ให้แผลปิดสนิท
การรักษาด้วยคลื่นกระแทก Spark Wave®
- อาจกระตุ้นการอักเสบชั่วคราว เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกระตุ้นการรักษาตามธรรมชาติ
- เร่งการสร้างเซลล์ใหม่ผ่านการกระตุ้นสารให้พลังงานในเซลล์ (ATP)
- ช่วยกระตุ้นการตอบสนองของเซลล์ที่มีคุณสมบัติในการปกป้องและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
- เร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เพื่อให้แผลสมานตัวและปิดเร็วขึ้น
การรักษาด้วยเทคโนโลยีกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก(Procellera)
- สร้างกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microcurrents) เลียนแบบกระแสไฟฟ้าตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์
- สามารถทำลายไบโอฟิล์ม (biofilm) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้แผลหายยาก และช่วยยับยั้งการก่อตัวใหม่
- ช่วยเร่งการเคลื่อนตัวของเซลล์มายังบริเวณบาดแผล และส่งเสริมการสร้างผิวหนังชั้นนอกขึ้นมาใหม่ให้แผลปิดสนิท