โรคฝีคัณฑสูตรคืออะไร?
โรคฝีคัณฑสูตร (Anal Fistula) คือช่องทางขนาดเล็ก (small tunnel) ที่ก่อตัวขึ้นระหว่างด้านในของทวารหนักและผิวหนังโดยรอบ ซึ่งมักเป็นผลมาจากการติดเชื้อที่ต่อมทวารหนัก
ความหมายและสาเหตุ
โรคฝีคัณฑสูตร หรือที่เรียกว่า fistula-in-ano คือ ช่องทางผิดปกติ (abnormal passageway) ที่เชื่อมจากช่องทวารหนักไปยังผิวหนังภายนอกทวารหนัก ภาวะนี้มักเกิดจาก ฝีบริเวณทวารหนัก (anal abscess) ซึ่งเป็นการสะสมของหนองที่ทำให้ปวดและเกิดจากการติดเชื้อในต่อมทวารหนัก เมื่อฝีไม่หายสนิทจึงเกิดเป็นโพรงเรื้อรังเชื่อมต่อกันขึ้นมา
โรคฝีคัณฑสูตรคืออะไร?
โรคฝีคัณฑสูตร (Anal Fistula) คือช่องทางขนาดเล็ก (small tunnel) ที่ก่อตัวขึ้นระหว่างด้านในของทวารหนักและผิวหนังโดยรอบ ซึ่งมักเป็นผลมาจากการติดเชื้อที่ต่อมทวารหนัก
ความหมายและสาเหตุ
โรคฝีคัณฑสูตร หรือที่เรียกว่า fistula-in-ano คือ ช่องทางผิดปกติ (abnormal passageway) ที่เชื่อมจากช่องทวารหนักไปยังผิวหนังภายนอกทวารหนัก ภาวะนี้มักเกิดจาก ฝีบริเวณทวารหนัก (anal abscess) ซึ่งเป็นการสะสมของหนองที่ทำให้ปวดและเกิดจากการติดเชื้อในต่อมทวารหนัก เมื่อฝีไม่หายสนิทจึงเกิดเป็นโพรงเรื้อรังเชื่อมต่อกันขึ้นมา
อาการของโรคฝีคัณฑสูตร
- อาการปวดทวารหนัก: เป็นอาการปวดที่รุนแรง และปวดตุบ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะขับถ่ายหรือขณะนั่ง
- อาการบวมและรอยแดง: อาจเกิดการอักเสบรอบทวารหนัก
- มีของเหลวไหลออกมา: อาจมีหนอง เลือด หรืออุจจาระไหลออกจากรูเปิดของริดสีดวงทวาร ซึ่งอาจปรากฏเป็นรูเล็ก ๆ ที่ผิวหนังใกล้ทวารหนัก
- มีไข้: ในบางกรณี หากมีฝีร่วมด้วย อาจมีไข้ควบคู่ไปกับอาการอื่น ๆ
01
อาการปวดทวารหนัก
เป็นอาการปวดที่รุนแรง และปวดตุบ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะขับถ่ายหรือขณะนั่ง
02
อาการบวมและรอยแดง
อาจเกิดการอักเสบรอบทวารหนัก
03
มีของเหลวไหลออกมา
อาจมีหนอง เลือด หรืออุจจาระไหลออกจากรูเปิดของริดสีดวงทวาร ซึ่งอาจปรากฏเป็นรูเล็ก ๆ ที่ผิวหนังใกล้ทวารหนัก
04
มีไข้
ในบางกรณี หากมีฝีร่วมด้วย อาจมีไข้ควบคู่ไปกับอาการอื่น ๆ
การรักษาด้วยเลเซอร์
การรักษาโรคฝีคัณฑสูตรด้วยเลเซอร์เป็นวิธีการรักษาสมัยใหม่ที่มีการผ่าตัดเล็ก (minimally invasive) โดยสามารถปิดทางเดินของทวารได้อย่างแม่นยำ ทำให้เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และมีความเสี่ยงต่อการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์ คือ การใส่เส้นใยเลเซอร์ที่บาง และยืดหยุ่นเข้าไปในทางเดินของทวาร เมื่อวางตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว เลเซอร์จะปล่อยพลังงานเพื่อทำให้ช่องทางนั้นหดตัว และปิดจากด้านใน โดยยังคงรักษากล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรอบ ๆ ไว้โดยไม่ต้องกรีดแผลใหญ่ จากนั้นเส้นใยเลเซอร์จะค่อย ๆ ถูกดึงออกมา พร้อมกับปล่อยพลังงานไปตลอดทาง ทำให้ปิดทวารได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล้ายกับการรูดซิป